นักวิจัยไขปริศนา GRB 260310A แสงประหลาด เหตุมองไม่ตรงลำแสงเจ็ต
Fermi จับสัญญาณระเบิดรังสีแกมมาที่แสงแรกจางผิดปกติ แต่แสงตามมากลับสว่างขึ้นเรื่อยๆ ทีมนักวิจัยสรุปว่าเกิดจากมุมมองที่ไม่ได้มองตรงเข้าลำแสงเจ็ต
AI ภาพสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริงกล้อง Fermi Gamma-ray Space Telescope ของ NASA จับสัญญาณการระเบิดรังสีแกมมา (GRB) ที่ชื่อ GRB 260310A ได้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 ครับ แต่สิ่งที่ทำให้นักดาราศาสตร์สนใจเป็นพิเศษคือรูปแบบแสงที่แปลกกว่า GRB ทั่วไปมาก
ปกติ GRB จะปล่อยแสงแกมมาแรงๆ ออกมาสั้นๆ ก่อนจะค่อยๆ จางลง แต่ตัวนี้แสงแกมมาแรกกลับจางและปล่อยพลังงานออกมาน้อย กินเวลานานเกือบ 1 นาที จากนั้นแสงที่มองเห็นได้ (optical) ที่ตามมากลับค่อยๆ สว่างขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง จนสว่างกว่ากาแล็กซีต้นกำเนิดของมันเสียอีก
ที่แปลกไปกว่านั้น รังสีเอกซ์ก็มีพฤติกรรมผิดปกติ หลังจากแสงแรกจางลงไปแล้ว รังสีเอกซ์กลับสว่างขึ้นมาอีกรอบในช่วงราว 20-30 วันถัดมา และยังคงสว่างอยู่นานหลายเดือน
ทีมวิจัยนานาชาติที่นำโดย Yu-Han Yang จาก University of Rome Tor Vergata ใช้กล้องหลายตัวร่วมสังเกต ทั้ง Chandra X-ray Observatory, XMM-Newton, Large Binocular Telescope และ Karl G. Jansky Very Large Array เพื่อไขปริศนานี้ ผลสรุปตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal Letters ว่าสาเหตุหลักมาจากมุมมองการเห็น (viewing angle) โลกเราไม่ได้มองตรงเข้าแกนกลางของลำแสงเจ็ต แต่มองจากด้านข้าง และลำแสงเจ็ตนี้น่าจะมีสองชั้นซ้อนกัน
สิ่งที่ดูเหมือนเป็น GRB ธรรมดาๆ สำหรับเรา อาจดูเหมือนการระเบิดครั้งมหึมาสำหรับผู้สังเกตที่มองตรงเข้าแกนกลางของลำแสงเจ็ต โมเดลของเราชี้ว่าการระเบิดนี้อัดพลังงานเทียบเท่าที่ดวงอาทิตย์ปล่อยออกมานานราว 1,000 ล้านปี ลงในลำแสงที่บางเหมือนเส้นดินสอ
Yang ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัยอธิบายเพิ่มว่าทีมของเขาได้ใช้เวลาสังเกตการณ์พิเศษของ Chandra เพื่อตัดความเป็นไปได้ว่ามีแหล่งรังสีเอกซ์อื่นมาปนเปื้อนข้อมูล ซึ่งผลยืนยันว่าความสว่างที่กลับมานั้นมาจาก afterglow ของ GRB นี้เองจริงๆ
ที่มาของข่าว
- สำนักข่าว
- Universe Today
- พาดหัวต้นฉบับ
- This Gamma-Ray Burst Wasn't Dim, It Was Just Misunderstood
- เผยแพร่ต้นทาง
- 30 ต.ค. 2569 23:20 น.



