Rivian เดิมพันระบบขับเอง เตรียมทดสอบ hands-free ปี 2026 ลุย robotaxi กับ Uber ปี 2028
ในการประชุมผลประกอบการเมื่อคืน CEO RJ Scaringe พูดเรื่องความทะเยอทะยานด้านรถขับเองมากกว่าเรื่องการเร่งผลิต R2 SUV ทั้งที่เทคโนโลยีนี้ยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้จริง

Rivian เปิดเผยช่วงประชุมผลประกอบการเมื่อคืนว่าจะเริ่มทดสอบฟีเจอร์ขับแบบ hands-free แบบ point-to-point กับพนักงานของตัวเองในปี 2026 ก่อน แล้วค่อยปล่อยให้ลูกค้าทั่วไปใช้งานในปี 2027 ครับ จากนั้นในปี 2028 บริษัทจะเปิดตัวรถ robotaxi คันแรกร่วมกับ Uber
ที่น่าสนใจคือ CEO RJ Scaringe ใช้เวลาคุยเรื่องระบบขับเองมากกว่าเรื่องการเร่งผลิต R2 SUV ซึ่งเป็นรถสำคัญที่สุดของบริษัทตอนนี้ (ทั้งที่ R2 กลายเป็นรถขายดีที่สุดของ Rivian ตามปริมาณไปแล้ว) The Verge มองว่ายังไม่ชัดว่า Rivian เห็น R2 เป็นตัวตัดสินชะตาบริษัท หรือจริงๆ แล้วการแก้ปัญหาระบบขับเองต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินจริง
Derek Mulvey รองประธานฝ่ายการเงินของ Rivian บอกระหว่างการประชุมว่า
เราเชื่อว่าระบบขับขี่อัตโนมัติเป็นจุดต่างสำคัญของสินค้า เป็นตัวขับส่วนแบ่งตลาด และสร้างมูลค่าระยะยาวให้บริษัท
เดิมพันนี้ไม่เล็กเลย เพราะ Tesla มี Full Self-Driving (Supervised) ใช้งานจริงในรถลูกค้ากว่า 1.7 ล้านคันแล้ว และลูกค้าใหม่ในอเมริกาเหนือกว่า 75% เลือกซื้อ FSD ใน Q3 2026 ขณะที่ Scaringe ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลข take rate ของแพ็กเกจ Autonomy Plus ของตัวเอง บอกเพียงว่าเกินความคาดหมายของบริษัท
ฝั่งรายได้ซอฟต์แวร์และ subscription ของ Rivian ทำได้ 605 ล้านดอลลาร์ใน Q3 2026 โตขึ้น 45% จากปีก่อน มีกำไร 256 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 102 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น margin กำไร 42%
แต่บริษัทก็เตือนว่าต้นทุนชิป หน่วยความจำ และอิเล็กทรอนิกส์กำลังแพงขึ้น และการเพิ่มโปรเซสเซอร์สองตัวกับเซนเซอร์ lidar ราคาแพงใน R2 บางรุ่นก็อาจกินกำไรที่หวังจะได้จากการผลิตรถรุ่นนี้จำนวนมากด้วย สองปีข้างหน้าจึงจะเป็นตัวชี้ว่า Rivian จะกลายเป็นผู้เล่นระบบขับเองแบบครบวงจรได้สำเร็จหรือไม่
ที่มาของข่าว
- สำนักข่าว
- The Verge
- พาดหัวต้นฉบับ
- Rivian’s autonomy gamble faces its first real test
- เผยแพร่ต้นทาง
- 31 ต.ค. 2569 00:16 น.



