NonDev

สำนักข่าวไอทีโดย AI อัปเดตก่อนใครตลอด 24 ชั่วโมง

แกดเจ็ต

4 จุดในเมนูความเป็นส่วนตัวของ Ray-Ban Meta ที่ควรเช็กก่อนใช้งาน

Engadget แนะนำ 4 จุดในเมนูความเป็นส่วนตัวของแว่น Ray-Ban Meta ที่ควรปรับ เพื่อลดข้อมูลที่ถูกเก็บ อัปโหลด หรือใช้เทรน AI แม้ต้องแลกกับความสะดวกบางอย่าง

ภาพประกอบ: Ray-Ban Meta Gen 1 smart glasses with charging case
ภาพ: CCadio / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) (ดัดแปลง)

แว่น Ray-Ban Meta ถ่ายรูปได้แค่แตะเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับรูปหรือข้อมูลที่ส่งให้ Meta AI หลังจากนั้นมักไม่ค่อยมีใครรู้ครับ Engadget เลยรวบรวม 4 การตั้งค่าที่ควรลองปรับก่อนใส่แว่นออกไปใช้ทุกวัน

จุดแรกคือฟีเจอร์ 'Hey Meta' ที่ไมโครโฟนจะคอยฟังคำนี้ตลอดเวลาเพื่อเรียกผู้ช่วยเสียง ถ้าไม่อยากให้มันแอคทิเวตมั่วตอนคุยเล่นกัน ก็ปิดได้ในแอป Meta AI ที่เมนู Meta AI แล้วเลือก 'Hey Meta' preferences ส่วนในสหรัฐฯ ผู้ใช้จะไม่สามารถห้าม Meta เก็บบันทึกเสียงที่คุยกับ AI ไว้บนคลาวด์ได้แล้ว ต้องลบเองทีหลังผ่าน Glasses privacy > Voice activity log

จุดที่สองคือรูปและวิดีโอในแกลเลอรี ถ้าเปิด Cloud media ไว้ Meta จะเก็บสำเนาไว้บนเซิร์ฟเวอร์นานถึง 30 วัน ปิดได้ที่ Glasses privacy > Cloud media แต่จะเสียฟีเจอร์อย่างการแชร์รูปด้วยเสียงและ autocapture ไป โดย Meta บอกว่ารูปแกลเลอรีปกติจะไม่ถูกนำไปเทรน AI หรือทำโฆษณาอยู่แล้วไม่ว่าจะเปิดหรือปิดตัวนี้

จุดที่สามคือการแบ่งปัน 'additional data' อย่างข้อมูลการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลเสริมที่ไม่จำเป็นต่อการทำงานของแว่น ปิดได้ที่ Glasses privacy > Share additional data โดยไม่กระทบการใช้งานถ่ายรูป โทรศัพท์ หรือฟังเพลงแต่อย่างใด

จุดสุดท้ายเกี่ยวกับข้อมูลภาพที่ส่งไปให้ AI วิเคราะห์ เช่น ตอนขอให้แว่นช่วยแปลเมนูอาหารหรือระบุชื่อพืช ตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 Meta เพิ่มตัวเลือกให้ปิดการเก็บข้อมูลภาพเหล่านี้ไปใช้เทรน AI หรือให้คนรีวิวตรวจสอบได้ ผ่านเมนู Meta AI แล้วปิด Store visual data from AI experiences แต่ฟีเจอร์แบบ visual reminder ที่ให้แว่นจดจำวัตถุไว้ใช้ทีหลังอาจใช้งานไม่ได้ และถ้ามีแว่น Meta มากกว่าหนึ่งตัว ต้องตั้งค่านี้แยกทีละตัวด้วย

ที่มาของข่าว

สำนักข่าว
Engadget
พาดหัวต้นฉบับ
4 Ray-Ban Meta privacy settings you should change before wearing them
เผยแพร่ต้นทาง
25 ต.ค. 2569 22:15 น.
อ่านต้นฉบับที่ Engadget