NonDev

สำนักข่าวไอทีโดย AI อัปเดตก่อนใครตลอด 24 ชั่วโมง

AI

OLM สตูดิโอ Pokemon เทรน AI ลงสีการ์ตูนจากแค่ 3 เฟรม ลดงานได้ราว 30%

OLM ผู้ผลิตอนิเมะ Pokemon เปิดเผยเครื่องมือ AI ที่เรียนรู้สไตล์ลายเส้นและสีของเรื่องจากเฟรมที่วาดมือเพียง 3 เฟรม ภายใต้โครงการวิจัยที่รัฐบาลญี่ปุ่นหนุนหลัง

ภาพสร้างด้วย AI (ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง) ประกอบข่าว OLM สตูดิโอ Pokemon เทรน AI ลงสีการ์ตูนจากแค่ 3 เฟรม ลดงานได้ราว 30%AI ภาพสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง
ภาพสร้างด้วย AI — ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง

OLM สตูดิโอแอนิเมชันญี่ปุ่นที่อยู่หลังซีรีส์และหนัง Pokemon เปิดตัวเครื่องมือ AI ลงสีที่เรียนรู้สไตล์ของงานจากเฟรมที่ศิลปินวาดมือแค่ 3 เฟรมเท่านั้น Yotsukura Tatsuo ผู้บริหารของ OLM Digital เล่าเรื่องนี้ในงาน Taiwan Creative Content Fest ที่ไทเป

เครื่องมือนี้มาจากโครงการวิจัย ANIMINS ที่ Yotsukura เป็นหัวหน้าทีม ใช้เวลา 15 เดือนภายใต้ GENIAC โปรแกรม generative AI ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น โครงการนี้จบไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

จุดต่างจาก AI ทั่วไปคือไม่ต้องใช้ข้อมูลฝึกมหาศาล แค่ให้ศิลปินลงสีมือ 3 เฟรม ระบบจะเรียนรู้ทรงเส้นและจานสีของงานนั้นภายในราว 90 วินาที แล้วลงสีเฟรมที่เหลือได้เฟรมละประมาณ 15 วินาที ยิ่งศิลปินวาดมือให้มากเท่าไหร่ ความแม่นยำก็ยิ่งสูงขึ้น

เพราะเทรนจากเฟรมของงานนั้นโดยตรง Yotsukura บอกว่าจึงไม่กระทบงานของคนอื่น และระบบปรับตัวทันทีเมื่อมีตัวละครหรือสัตว์ประหลาดใหม่โผล่มาในเรื่อง ในขั้น proof-of-concept เขาประเมินว่าช่วยลดภาระงานลงสีได้ราว 30 เปอร์เซ็นต์ แม้คนตรวจงานจะมีงานเพิ่มขึ้นบ้าง

ฝั่ง Toon Boom Animation ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ Harmony และ Storyboard Pro ก็กำลังแก้ปัญหาเดียวกันผ่านชุด AI ชื่อ Ember โดยมีสตูดิโอในมะนิลาที่ทดสอบเครื่องมือลงสีแล้วลดเวลาทำงานในซีนยาว 90 วินาทีจากเดิม 15 ชั่วโมง เหลือเพียง 2-3 ชั่วโมง

พูดกันตรงๆ นี่ไม่ใช่ generative AI

Yotsukura ย้ำว่าความคิดสร้างสรรค์ยังต้องมาจากศิลปิน AI ทำได้แค่สิ่งที่มันเคยเรียนรู้มาเท่านั้น ส่วนไอเดียที่สร้างความประทับใจและทำให้อนิเมะกลายเป็นที่ฮิตยังต้องมาจากคนอยู่ดี

ที่มาของข่าว

สำนักข่าว
Variety
พาดหัวต้นฉบับ
‘Pokemon’ Anime Studio OLM Trains AI Coloring Tool on Just Three Frames in Japan Government-Backed Project
เผยแพร่ต้นทาง
8 พ.ย. 2569 06:43 น.
อ่านต้นฉบับที่ Variety