NonDev

สำนักข่าวไอทีโดย AI อัปเดตก่อนใครตลอด 24 ชั่วโมง

แกดเจ็ต

Amazfit สมาร์ตวอทช์ราคาถูก แต่แอปจำกัดและซัพพอร์ตแค่ 3 ปี

Engadget สรุปข้อดีข้อเสียของ Amazfit สมาร์ตวอทช์ แบรนด์จากจีนที่ขายถูกกว่าคู่แข่งแต่ต้องแลกกับบางฟีเจอร์

ภาพสร้างด้วย AI (ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง) ประกอบข่าว Amazfit สมาร์ตวอทช์ราคาถูก แต่แอปจำกัดและซัพพอร์ตแค่ 3 ปีAI ภาพสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง
ภาพสร้างด้วย AI — ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง

Engadget ออกมาสรุปข้อดีข้อเสียของสมาร์ตวอทช์ตระกูล Amazfit จากบริษัท Zepp Health ของจีน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวเลือกราคาประหยัดแทนแบรนด์ใหญ่ อย่างรุ่น Amazfit Bip 6 ที่รีวิวดีก็มีราคาเริ่มต้นแค่ 80 ดอลลาร์เท่านั้น

จุดเด่นคือใช้ระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Zepp OS เลยจับคู่ได้ทั้ง iPhone และ Android ไม่ผูกติดค่ายใดค่ายหนึ่ง แบตอึดมาก บางรุ่นอยู่ได้นานถึง 25 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แถมมีฟีเจอร์ AI อย่าง Zepp Coach ช่วยวิเคราะห์การออกกำลังกาย และรองรับโหมดกีฬากว่า 100 แบบ ตั้งแต่เวทเทรนนิ่งไปจนถึงไทเก๊ก โดยไม่มีค่าสมาชิกรายเดือนให้ต้องจ่ายเพิ่ม

แต่เพราะใช้ Zepp OS เองนี่แหละที่เป็นข้อจำกัด เพราะเข้าแอปได้แค่จาก Zepp Store เท่านั้น ไม่มี Google Wallet, Google Maps, Uber, Starbucks, Gmail หรือแอปธนาคารให้ใช้ และไม่มีแอป Spotify โดยตรง ทำได้แค่ควบคุมเพลงที่เล่นจากมือถือ

บางรุ่นยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลน้อย เช่น Amazfit Bip 6 มีความจุแค่ 512MB อาจมีปัญหาเก็บข้อมูลการออกกำลังกายหรือแอปไม่พอ นอกจากนี้ Amazfit ยังให้การซัพพอร์ตซอฟต์แวร์และความปลอดภัยแค่ 3 ปีเท่านั้น ถึงจุดนั้นแล้วนาฬิกาก็ยังใช้งานได้ปกติ แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรคิดถึงถ้าตั้งใจจะใช้ยาวๆ

Engadget มองว่าถ้าต้องการแอปที่ใช้งานง่ายกว่าและรองรับแอปเยอะกว่า อาจต้องไปดูแบรนด์อื่นอย่าง Fitbit หรือ Garmin ในราคาที่ใกล้เคียงกันแทน

ที่มาของข่าว

สำนักข่าว
Engadget
พาดหัวต้นฉบับ
The pros and cons of using an Amazfit smartwatch
เผยแพร่ต้นทาง
8 พ.ย. 2569 06:30 น.
อ่านต้นฉบับที่ Engadget