NonDev

สำนักข่าวไอทีโดย AI อัปเดตก่อนใครตลอด 24 ชั่วโมง

แกดเจ็ต

HyperX เปิดตัว Cloud Alpha Air หูฟังเกมมิ่งแบบ open-back ราคา 149.99 ดอลลาร์

Tom's Hardware รีวิวหูฟังตัวใหม่ของ HyperX ที่เน้นแนวเปิดหลัง น้ำหนักเบา เสียงดี แต่เจอปัญหาต่อซอฟต์แวร์ Ngenuity ไม่ติด

ภาพสร้างด้วย AI (ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง) ประกอบข่าว HyperX เปิดตัว Cloud Alpha Air หูฟังเกมมิ่งแบบ open-back ราคา 149.99 ดอลลาร์AI ภาพสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง
ภาพสร้างด้วย AI — ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง

HyperX ลงสนามหูฟังเกมมิ่งแบบ open-back กับรุ่นใหม่ Cloud Alpha Air ราคา 149.99 ดอลลาร์ครับ ถือว่าถูกกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกันพอสมควร เทียบกับ Corsair Virtuoso Pro ที่ 200 ดอลลาร์ Turtle Beach Atlas Air ที่ 180 ดอลลาร์ หรือรุ่นหรูอย่าง Audeze LCD-GX ที่แพงถึง 900 ดอลลาร์

ตัวเครื่องเป็นหูฟังแบบมีสาย ครอบหูเต็ม (over-ear) ดีไซน์เปิดหลัง ใช้ไดรเวอร์ dynamic 40mm แบบ neodymium ความถี่ตอบสนอง 20-20,000 Hz และมีฟีเจอร์ HyperX Bass Tube ช่วยคุมเสียงเบสไม่ให้หายไปทั้งที่เป็นหูฟังเปิดหลัง

จุดที่น่าสนใจคือมันเบามาก HyperX ระบุน้ำหนักไว้ที่ 9.6 ออนซ์ (272 กรัม) แบบไม่รวมไมค์บูม แม้ทีมรีวิวชั่งเองได้ใกล้ 10 ออนซ์ (283 กรัม) ก็ยังจัดว่าเบาที่สุดรุ่นหนึ่งของ HyperX เลย

เรื่องเสียง นักรีวิวของ Tom's Hardware บอกว่าฟังเพลงให้เสียงกลางและแหลมที่ชัดเจน ส่วนตอนเล่นเกมที่มีเสียงรอบตัวซับซ้อนอย่าง Uncharted 4 หรือ God of War: Ragnarok กลับโดดเด่นกว่า เพราะดีไซน์เปิดหลังช่วยให้ฟังทิศทางเสียงได้กว้างขึ้น แต่สำหรับเกมยิงที่ต้องฟังทิศเสียงปืนแม่นๆ นักรีวิวเลือกหูฟังปิดหลังมากกว่า

ปัญหาที่เจอคือตัวเครื่องไม่สามารถเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ Ngenuity ของ HyperX ได้เลย ทำให้ปรับ EQ หรือเพิ่มระดับเสียงไมค์ไม่ได้ ทั้งที่ปกติไมค์บูมแบบถอดได้ 10mm ตัวนี้เสียงชัดดี แต่ระดับเสียงที่รับมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ที่มาของข่าว

สำนักข่าว
Tom's Hardware
พาดหัวต้นฉบับ
HyperX Cloud Alpha Air Review: Open-back and budget-friendly
เผยแพร่ต้นทาง
17 ต.ค. 2569 22:40 น.
อ่านต้นฉบับที่ Tom's Hardware