เบื้องหลังความสำเร็จ Star Wars: Galactic Racer กับโมเดลพัฒนาเกมแบบกระจาย
Fuse Games เผยความสำเร็จของ Star Wars: Galactic Racer ที่สร้างโดยทีมงานขนาดเล็ก เน้นการกระจายงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภายนอก

Star Wars: Galactic Racer ผลงานเกมจาก Fuse Games สตูดิโอหน้าใหม่ในสหราชอาณาจักรและผู้จัดจำหน่าย Secret Mode ทำคะแนนรีวิวบน Metacritic สูงถึง 88 สำหรับเวอร์ชัน PS5 หลังวางจำหน่าย โดย Matt Webster ซีอีโอของ Fuse Games ระบุว่าทางทีมรู้สึกตื่นเต้นกับกระแสตอบรับเชิงบวก และดีใจที่ผู้เล่นเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างแบบ roguelike ที่นำมาใช้กับเกมแข่งรถ
ความน่าสนใจอีกอย่างคือกระบวนการพัฒนาเกมที่ฉีกจากแนวทางเดิม ๆ แทนที่จะใช้ทีมงานภายในองค์กรจำนวนหลายร้อยคนเหมือนเกมระดับ AAA ทั่วไป Galactic Racer กลับพัฒนาโดยทีมแกนหลักเฉลี่ยเพียง 75 คน และอาศัยการขยายศักยภาพผ่านระบบพัฒนาแบบกระจาย หรือ distributed development เพื่อหลีกเลี่ยงการปลดพนักงานและการสูญเสียองค์ความรู้ภายในองค์กร
โมเดลการพัฒนาแบบกระจายนี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การจ้างเอาต์ซอร์อกจากภายนอกสำหรับงานสร้างสรรค์ศิลปะ การพัฒนาภายนอกสำหรับงานที่แยกส่วนได้ชัดเจน เช่น โหมดถ่ายภาพ และการพัฒนาร่วมกันหรือ co-development ซึ่งทีมภายนอกจะเข้ามาทำงานร่วมกับทีมหลักอย่างใกล้ชิดผ่านเครื่องมือสื่อสารและโค้ดเบสเดียวกัน โดยพาร์ทเนอร์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรเพื่อความสะดวกเรื่องเขตเวลาและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
ในด้านแนวคิดของเกม Webster เผยว่าได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Drive to Survive บน Netflix ที่เน้นเรื่องราวการแข่งขันและอีโก้ นำมาสู่เรื่องราวแนวสปอร์ตในจักรวาล Star Wars พร้อมสร้างพื้นที่ส่วนกลางอย่างแพดด็อกเพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสตัวละครและพักผ่อนจากการแข่งความเร็วสูง ทั้งนี้ทางสตูดิโอยังคงต้องติดตามผลตอบรับจากยอดขายต่อไปเนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงวันหยุดแรก พร้อมกับเดินหน้าปล่อยแพตช์อัปเดตเกมไปแล้ว 4 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัว
ที่มาของข่าว
- สำนักข่าว
- GamesIndustry.biz
- พาดหัวต้นฉบับ
- How Star Wars: Galactic Racer kept the core team small and sustainable through "distributed development"
- เผยแพร่ต้นทาง
- 16 ต.ค. 2569 21:30 น.



