สหรัฐฯ สั่งแบน DeepSeek ออกจากหน่วยงานรัฐบาลกลาง เพราะกลัวข้อมูลหลุดไปจีน
DHS ออกประกาศให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถอด DeepSeek ออกจากระบบ แต่ยังไม่ใช่การแบนทั้งประเทศ คนทั่วไปยังใช้แอปได้ตามปกติ
AI ภาพสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจริงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ออกประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางถอดผลิตภัณฑ์ DeepSeek ออกจากระบบ รวมถึงบริการของบุคคลที่สามที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีของ DeepSeek ด้วย พร้อมห้ามซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มในอนาคต
ตามรายงานของ Reuters เมื่อ 19 ตุลาคม DHS เตือนว่าเทคโนโลยีของ DeepSeek อาจทำให้ข้อมูลสำคัญหลุดไปถึงจีนได้ เพราะบริษัทนี้เก็บข้อมูลผู้ใช้ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ในจีน และยังกังวลว่าโมเดลอาจถูกใช้สอดแนมข้อมูลของคนอเมริกันหรือหน่วยงานรัฐ รวมถึงมีความเสี่ยงเรื่องมัลแวร์หรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยด้วย
คำสั่งนี้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะต้นทางมาจากคำสั่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพิ่งมาประกาศเป็นทางการสัปดาห์นี้เอง และก็ไม่ใช่การแบนทั้งประเทศ คนทั่วไปยังดาวน์โหลดและใช้แชตบอตนี้ได้ตามปกติ ฝั่งจีนเองก็ออกมาตอบโต้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน Mao Ning กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้ข้ออ้างความมั่นคงมาทำเรื่องเทคโนโลยีและการค้าให้กลายเป็นเรื่องการเมือง
ประเด็นที่คนใช้แอปควรรู้คือ นโยบายความเป็นส่วนตัวของ DeepSeek ที่อัปเดตเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 ระบุชัดว่าบริษัทเก็บทั้งพรอมต์ ประวัติแชต ไฟล์ที่อัปโหลด รูปภาพ เสียง รวมถึงข้อมูลบัญชีและข้อมูลอุปกรณ์ โดยทุกอย่างถูกประมวลผลและเก็บไว้ในจีนตามกฎหมายจีน ซึ่งนักเขียนของ Tom's Guide มองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ AI เจ้าอื่นจะเก็บข้อมูลคล้ายกัน แต่สิ่งที่ต่างคือข้อมูลไปอยู่ที่ไหนและอยู่ภายใต้กฎหมายแบบไหน
คำแนะนำจาก Tom's Guide คือถ้าถามคำถามทั่วไปอย่างสูตรอาหารหรือไอเดียทริปเที่ยว ยังไม่ต้องกังวลมาก แต่ถ้าจะอัปโหลดเอกสารการเงิน ข้อมูลสุขภาพ ไฟล์งาน หรือรหัสผ่าน ควรเลี่ยงไม่ใส่ลงใน DeepSeek และแนะนำให้เข้าไปเช็กการตั้งค่าเพื่อลบประวัติแชต ปิดการใช้ข้อมูลไปเทรนโมเดล และตรวจสิทธิ์เข้าถึงไมโครโฟนหรือกล้องในแอปด้วย
ที่มาของข่าว
- สำนักข่าว
- Tom's Guide
- พาดหัวต้นฉบับ
- DeepSeek just got banned from federal agencies — should you stop using it too?
- เผยแพร่ต้นทาง
- 20 ต.ค. 2569 19:08 น.



